
อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ออกแถลงการณ์มาจากต่างประเทศเพื่อยืนยันการตัดสินใจจะไม่กลับเมืองไทยอีกเป็นเวลานาน และแสดงความหวังว่าวันหนึ่งตนจะมี "วาสนา" คืนสู่แผ่นดินอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนอีกครั้ง
ในแถลงการณ์ได้แสดงความรักราชบัลลังก์ และความรักชาติบ้านเมืองไว้อย่างชัดเจน บัดนี้ก็เป็นข่าวทั่วไปหมดแล้วทั้งในประเทศและทั่วโลก
คำถามที่ติดตามมาคือ คุณทักษิณและครอบครัวจะขอลี้ภัยทางการเมืองอย่างที่เรียกตามศัพท์ขององค์การสหประชาชาติว่า asylum หรือ asylum seeking หรือไม่
เรื่องนี้เป็นสิทธิของประเทศนั้นๆว่าเขาจะให้หรือไม่ให้ ยกเว้นว่าผู้ขอจะพิสูจน์ได้ว่าตนเองมีภัยอันตรายที่กระเทือนต่อสิทธิขั้นพื้นฐานขนาดอยู่ในบ้านเกิดเมืองนอนไม่ได้อีกต่อไป ส่วนอะไรคือ "ภัยอันตราย" จนเกิดสิทธิที่จะขอลี้ภัยได้นั้น องค์การสหประชาชาติเขาก็มีกฎเกณฑ์อยู่
ยังจำได้ว่าเมื่อคุณทักษิณกลับมาเมืองไทยครั้งแรกภายหลังการรัฐประหาร และก้มลงจูบแผ่นดินนั้น ท่านได้พูดเอาไว้ชัดเจนว่าตัดสินใจกลับบ้านเพราะเห็นว่าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยแล้ว พร้อมสู้คดีความทุกเรื่องที่ถาโถมเข้าใส่ตัวและครอบครัว
ไม่ถึงกับพูดหรอกครับว่า ความยุติธรรมในเมืองไทยมันจะเกิดขึ้นตามการเลือกตั้ง แต่คนที่เป็นอารยชนแล้วเขาจะอนุมานเองว่าความยุติธรรมกับประชาธิปไตยนั้นไปด้วยกัน
ปรากฏว่าเวลาผ่านไปไม่นานเดือน คุณทักษิณตัดสินใจเดินทางออกนอกประเทศแล้วจะไม่กลับมาอีกในเร็ววันนี้
จะว่ากลัวเกรงอิทธิพลอะไรของเขา ประเภทกลัวเขาจะฆ่าทิ้งหรือกลั่นแกล้งรังแกด้วยวิถีทางใดๆก็ตามคงจะไม่ใช่ เพราะถ้ากลัวอย่างนั้นก็ไม่มาเสียแล้วตั้งแต่แรก
เหตุผลอย่างมนุษย์ธรรมดาจะพึงมีในยามนี้จึงเหลือเพียงข้อเดียวนั่นคือ เกิดความผิดหวังต่อสิ่งที่ตนเคยเชื่อว่าเป็นความงาม ความดี และความจริง
มาด้วยความศรัทธาเชื่อมั่นว่าเป็นเช่นนั้น แล้วก็พบว่าความงาม ความดี และความจริง ที่แท้แล้วคือความอัปลักษณ์ ความสามานย์ และความเท็จ
เมื่อการณ์เป็นไปถึงขนาดนี้จะนั่งเซื่องๆให้เขากระทำกับตนเองเช่นนั้นได้อย่างไร
การตัดสินใจอยู่ในมาตรฐานของโลกและความเป็นสากลจึงเป็นการพิจารณาโดยแยบคายและถูกต้อง
รวมทั้งชี้ว่าคนอย่างคุณทักษิณนั้นปรับตัวเป็น ไม่จมปลักอยู่กับความเชื่อเดิมจนถูกหลอกซ้ำซาก
ประเด็นสำคัญคือ คุณทักษิณจะต้องส่งสัญญาณสู้และเตรียมความพร้อมต่อสงครามใหญ่ อย่าให้ความเงียบเข้ามาเชื่อมประสานระหว่างตัวเองและผู้สนับสนุน มิฉะนั้นจะเกิดความท้อแท้ผิดหวังและสูญเสียผลด้านเครือข่ายขึ้นมาอย่างไม่ควรที่
ทำให้รู้เลยครับว่าการไม่กลับเมืองไทยแปลว่าสู้
การยอมกลับเมืองไทยทั้งที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร นั่นแปลว่ายอมแพ้ยกธงขาว
เอาให้ชัดว่าไม่มานั่นแหละคือสู้ ให้มันรู้กันไปเสียทีว่าบ้านเมืองนี้ถูกขับดันจากโมหะจริตได้ถึงขนาดไหน
คนข้างในเขาจะได้เตรียมตัวถูกและเตรียมตัวทัน
เงินทุนก็ให้เขายึดไปเถอะครับ ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในระยะนี้มันเกินกว่าการใช้เงินทำสื่อและอุปกรณ์ประชาสัมพันธ์ทั้งหลายเหมือนตอนหาเสียงเลือกตั้งไปแล้ว ประชาชนเขาจะออกมาเองได้ครับ
การเมืองไทยในระยะนี้จะเป็นการวัดดวงว่าผู้นำที่สั่งยึดอำนาจซ้ำซากอยู่ในประเทศจนมั่นใจว่าพื้นที่นี้เป็นของตนทั้งหมด และจะไม่ยอมแบ่งใครเลยแม้แต่น้อยนิด กับผู้นำที่ไปอยู่ในกระแสโลกและมีความเป็นสากล ใช้พื้นที่ที่กว้างกว่าของโลกในการเตรียมประเทศให้หลุดพ้นจากควายตัวเดิมที่ลากจูงประเทศไปช้าๆ ในอัตราหอยทากเดินนั้น ใครจะเข้าวินในท้ายที่สุด
จะแก้ปัญหาของห้องที่อบอวลไปด้วยยาพิษขนาดที่ใครเข้ามาก็ตายนั้น คนที่แก้ต้องออกไปยืนนอกห้องให้ปลอดภัยเสียก่อน
วางแผนการอันสุนทรระหว่างพักตากอากาศนั้นดีนักแล
/////////////////////////
เลือกคบไม่เลือกข้าง
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้ ประจำวัน อังคาร ที่ 12 สิงหาคม 2008
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น